Thursday, July 16, 2009

เบื่อรัฐบาล ตอนที่ 2

เบื่อรัฐบาล ตอนที่ 2

มาร์ค เป็น นายก มากกว่า 6 เดือน ประชาชนเริ่มเป็นโรคติดต่อกันมาก คือ โรค ดอกเบี้ยเงินกู้ทับเส้นประสาท ลุกลามไปจนถึง คลัง ของประเทศชาติ ซึ่งเป็นโรคที่มีวิธีแก้ทางเดียว คือ ต้องเอา โรคติดต่อ สมัย ทักษิณ เป็น นายก คือ โรค ถุงเงินโป่งพอง ซึ่งน่าจะเป็นวิธีเดียว ที่จะสามารถ รักษา โรคดอกเบี้ยเงินกู้ทับเส้นประสาท ที่เกิดการติดต่อขึ้นในรัฐบาลชุดปัจจุบัน แต่ว่า โรคถุงเงินโป่งพอง เอง ก็มี ผลข้างเคียงเหมือนกัน และ อาจจะทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนได้ คือ เมื่อเป็น โรคถุงเงินโป่งพอง แล้วเงินในถุง ในกระเป๋า มันเยอะขึ้น เยอะขึ้น พี่น้องประชาชน อาจจะ รู้สึกเครียด ไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร จนต้อง รวย เครียด ดื่มน้ำ อะไรแบบนั้น

วันนี้ อะไรหลายๆอย่างเริ่มชัดเจนขึ้น หลังจากที่อะไรๆ มาเกิดขึ้นพร้อมกันในวัน หวยออก อย่างเหมาะเจาะ ไม่ว่าจะเป็นการไปประท้วงของพันธมิตร เรียกร้องให้ ตำรวจถอนข้อหา ก่อการร้าย โทษประหารชีวิตออก เฮ้อ!!! ตอนก่อนทำ ทำไมไม่คิด


จากนั้น ก็ เป็นเรื่อง 13 ส.ส. ของ ปชป. ที่ถูก กกต. ลงมติ ให้ ขาดคุณสมบัติในการเป็น ส.ส. คือต้องเลือกตั้งกันใหม่ ใน 13 ที่นั่งที่ อาจจะว่างลง หาก ศาลตัดสิน ตาม มติ กกต.

และก็เป็นวัน ที่ ศาลนัดไต่สวน คดี มหาขุมทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน ของ คุณหญิง พจมาน ถ้าฟังพยานของ จำเลยแล้วรู้สึก ว่า จำเลยไม่ได้ ทำผิดอะไร แต่ คมช. ยังจะ ตะบี้ตะบัน เอาขึ้นศาลจนได้ เฮ้อออออ

สามเรื่องร้อนแรงพร้อมกัน ในวัน หวยออก ช่วยลดความตื่นเต้นของสังคมไปได้เยอะก็ตาม แต่ คงไม่มีพี่น้อง คนเสื้อแดงคนใด ที่จะลืมจุดมุ่งหมายสำคัญของการรวมตัวกัน ลงได้

จุดยืนที่พวกเราจะต้องร่วมกันสร้างมาตรฐาน ความเป็นประชาธิปไตยที่กินได้ ที่เป็นที่ยอมรับในสังคมโลก สร้างความยุติธรรม ความเท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นในสังคม และ ขับไล่ รัฐบาลลิ่วล้ออำมาตย์ ออกไป จากการ บริหารราชการแผ่นดิน

นีโอ ขอให้กำลังใจ คนเสื้อแดงทุกกลุ่ม ให้เดินหน้าต่อสู้ ต่อไป จนกว่าชัยชนะจะเป็น ของ ประชาชนคนไทยทั้งชาติ

วันนี้ จึงเป็นอีกวัน ที่ต้องยืนยัน ว่า รัฐบาล ควร ออกไป

รอฟังคำแก้ตัว

รอฟังคำแก้ตัว

วันนี้ โฟกัสของ นีโอ คงจะจดจ่ออยู่ที่ สอง สาม เรื่องหลักๆ นะครับ คือ วันนี้ พี่ มาร์ค ก็ตัดสินใจ เตรียมแถลงผลงานของรัฐบาลรอบ 6 เดือน นีโอ ก็ จะรอดูว่า มันมีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง สำหรับรัฐบาลชุดนี้

หวังว่า คงจะไม่มาประกาศผลงาน เช่น แจกเช็คช่วยชาติ ครบแล้ว หรือ มาประกาศว่า กู้เงิน 8 หมื่นล้านแรก เสร็จแล้ว อะไรแบบนี้ เพราะถ้ามาพูดแบบนั้น ก็ ให้ พวกโฆษกมาพูดแทนดีกว่า เสียเวลา นายก ปล่าวๆ

ที่ นีโอ คาดหวัง คือ พี่ มาร์ค จะต้องชัดเจนว่า อะไรมันสำเร็จไปแล้ว ผลลัพท์เป็นอย่างไร เช่น เช็คช่วยชาติ ที่แจกแล้ว กระตุ้นเศรษฐกิจ ได้กี่เปอร์เซนต์ หรือ โครงการเรียนฟรี ครอบคลุม นักเรียนทั้งหมดกี่คน

สิ่งที่น่าสังเกตุ คือ ทำไม ชิงประกาศผลงาน เร็วนัก ซึ่งจริงๆแล้ว ควรจะรอ สศช. หรือ สภาพัฒฯ ประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจก่อนดีไหม แต่ก็ไม่เป็นไรครับ นีโอ ก็ จะรอฟังพี่ มาร์ค ว่า จะเอาผลงานอะไรมาแถลง เพราะเท่าที่จับตาดูมา ตลอด หกเดือนกว่าๆ ไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

นีโอ จะจำไว้ว่า พี่มาร์ค จะแถลงผลงานเรื่องอะไรหัวข้อไหน แล้วรอเปรียบเทียบ กับตัวเลขทางเศรษฐกิจ ไตรมาส 2 ที่ทาง สภาพัฒฯ กำลังจะประกาศ

ดูซิว่า จะมาแก้ตัวเรื่องอะไรอีก

ส่วนเรื่องที่สองที่น่าติดตาม สำหรับ นีโอ คือ เรื่อง มหาขุมทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ที่ นีโอ ไม่คิดว่า คตส. หรือ คมช. มี สิทธิไปอายัด ทรัพย์เขาเอาไว้ จะลงเอยอย่างไร

คนทำงาน มีครอบครัวเค้ารู้กันดี ว่า สังคมไทย สมัยนี้ ภรรยา เป็นคนบริหารทรัพย์สินของครอบครัวเสียส่วนใหญ่ อย่างหลายๆ คน หาเงินมาได้ ก็ ต้องให้ ภรรยาก่อน แล้วถึงเวลา ค่อยมาขอเงินภรรยาไปใช้

7.6 หมื่นล้านบาท นี่ น่าจะเป็นของ คุณหญิงพจมาน มากกว่า คุณ ทักษิณ ไม่น่าจะกล้า หือ คือว่า ผู้ชายส่วนใหญ่ เกรงใจ เมีย

วันนี้ ศาลการเมือง จะไต่สวนคดีนัดแรก หลังจาก อายัดทรัพย์เค้าเอาไว้ หลายปีแล้ว

เรื่องสุดท้ายน่าจะเป้น กรณีไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่ ติดกันเกือบ 5,000 คนแล้ว ถามว่า จะมีอยู่ใน แถลงการ ของรัฐบาล เป็นผลงานของรัฐบาลส่วนหนึ่งด้วยหรือไม่ ต้องลองติดตาม

เมื่อวานนี้ สามเกลอ ความจริงวันนี้ กลับมาออก รายการอีกครั้ง หลังจากหายหน้าไปนาน นีโอ ก็ จะตามดูว่า ประเด็น ต่างๆ ยังจะเฉียบคมเหมือนเดิมอยู่หรือไม่ แต่กลับมาออกหน้าจอ ทั้งที นีโอ ก็ ต้องขอแสดงความยินดี นะครับ

“คนเสื้อแดง สู้ๆ”




อ้างอิง

ศาลฎีกาไต่สวนยึดทรัพย์"แม้ว"7.6หมื่นล.นัดแรก16ก.ค.
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1247658671&grpid=03&catid=01

"อภิสิทธิ์"เตรียมแถลงผลงานรัฐบาลรอบ6เดือน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1247665905&grpid=03&catid=01

Wednesday, July 15, 2009

โคตรจะมาร์ค เลยหว่ะ

โคตรจะมาร์ค เลยหว่ะ

โคตรจะมาร์ค เลยหว่ะ เป็นศัพท์แสลงของวัยรุ่นที่กำลังจะเป็นที่ นิยม ในสังคมไทย นีโอ ลองสำรวจกระแสวัยรุ่น ที่เคยใช้ ศัพท์นี้ ในพันทิป และ ยังคงใช้กันอยู่ ในเกมส์ออนไลน์ บางเกมส์ และจะเป็นที่นิยมแน่นอน หาก รัฐบาลชุดนี้ ยังคงประพฤติตน เช่นที่เป็นอยู่ จนชาวบ้านไม่พอใจ กระทบไปถึงวัยรุ่นในสังคมที่เริ่มตื่นตัวในเรื่องของการเมืองกันมากขึ้น

อยากจะเล่าที่มาของศัพท์ แสลง คำว่า “โคตรมาร์คเลยหว่ะ” หรือ “นายมาร์คมากๆ” หรือ “ไอ้มาร์คเอ๊ย”หรือ “แกมัน มาร์ค ได้ใจ เลยหว่ะ” ศัพท์แสลงเหล่านี้ มีที่มาจากวัยรุ่นหัวใส ที่ต้องการด่าว่า เพื่อนๆ ของตนเอง ว่า ไอ้กาก ไอ้เกรียน ไอ้เสี่ยว แต่ถ้าด่าทีละคำมันไม่สะใจวัยรุ่น พวกวัยรุ่นจึง นำนิยามของคำสามคำ บางส่วน มานิยาม เป็น คำศัพท์ แสลง แล้วใช้ คำว่า “มาร์ค” เป็นสัญลักษณ์ ของคำว่า กาก เกรียน เสี่ยว

นีโอ ลองสัมภาษณ์ นักรบไซเบอร์ ท่านนึง ที่ใช้ ฉายา ว่า รักสาวเสื้อแดง และได้คำอธิบายดังต่อไปนี้ นะครับ

จากศัพท์ คำว่า กาก ก็เอานิยามบางส่วนของ คำ คือ พฤติกรรม กากเดนสังคม เช่นทำอะไรที่เป็นโทษแก่ สังคม หรือ พฤติกรรมที่ขัดกับ หลักจริยะธรรมในสังคม หรือ ขัดกับธรรมชาติที่เป็นที่นิยมของคนส่วนใหญ่

เกรียน ก็เอานิยามบางส่วนของ คำ คือ พฤติกรรม ของคนไม่ใส่ใจในหลัก ทฤษฏีและเหตุผล พฤติกรรมการ แถ ข้างๆคูๆ ทั้งๆที่ฝ่ายตรงข้ามเค้ามีหลักฐานชัดเจน หรือ ทำอะไรโดยไม่ใส่ ใจ สักแต่ว่า ทำให้ตัวเองดูดีไว้ก่อน

เสี่ยว ก็เอานิยามบางส่วนของ คำ คือ พฤติกรรมที่ทำอะไรเชยๆ ชาวบ้านเค้าไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว ตัวเองเพิ่งจะมาเห่อ

แล้วที่ วัยรุ่น เค้ารวมตัวพร้อมใจกัน ใช้ คำว่า “มาร์ค” แทนคำว่า “กาก เกรียน เสี่ยว” นี่ก็เป็นเพราะ พฤติกรรมของ นักการเมืองคนนึง ที่เห็นแก่ตัว และ ไม่ยอมจะเสียให้ใคร ประกอบกับ พฤติกรรม ที่ปรากฏให้เห็นตามพื้นที่ สื่อ จึงทำให้ศัพท์เหล่านี้ รวมกันออกมาอย่าง ลงตัว ตัวอย่างเช่น

พฤติกรรม ของ กาก เช่น การไปร่วมมือ กับ คนเนรคุณ เพื่อประโยชน์ของพรรคพวก หรือ การเก็บ คนปากเสีย ผู้ต้องหาก่อการร้าย ไว้เป็นรัฐมนตรี หรือ การ สนับสนุน แต่งตั้ง คนปากระดับ เทพ(ไท) ไว้เป็นกระบอกเสียง คอย สร้างความขัดแย้งในสังคม

พฤติกรรม ของ เกรียน เช่น การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แล้วไม่ยอมรับว่าตัวเองพลาด หรือ ให้สัมภาษณ์ ว่า ไข้หวัดใหญ่ 2009 ให้นอนอยู่บ้านเดี๋ยวก็หาย ทั้งๆที่มีคนตายกันเยอะ หรือ ไปอุ้ม คนที่โกหกผ่านทีวี ด้วยเหตุผลว่า อาจจะเกินมาตรฐาน กฏเหล็ก เก้า ข้อที่ตัวเองกำหนดไว้

พฤติกรรม ของ เสี่ยว เช่น ทำอะไรเชยๆ แบบ ขนคน 5,000 คน ไปคุ้มกันตัวเองที่ บุรีรัมย์ หรือ ที่ สวนกระแส ว่าภ้ายุบสภาฯ ตอนนี้แล้วคนจะเลือกตัวเอง เหมือนเดิม หรือ ที่ชอบเหมาเอาว่า เป็นนายก ของคนไทยทั้งประเทศ แต่ไม่มีใครยอมรับ

จากความหมาย ของ ศัพท์ และ พฤติกรรมของนักการเมืองที่เกิดขึ้นให้เห็น ผสมผสานกันอย่าง ลงตัวจนได้คำ ด่า เป็นศัพท์ แสลงใหม่ของสังคมไทย

และมันก็เป็นอะไร ที่มีเหตุผล มากกว่า การตั้งชื่อ ตัวเงินตัวทอง ให้สื่อไปเล่นข่าว จนคนที่ ชื่อซ้ำกับ ตัวเงินตัวทอง ต้องเสียใจ ไม่รู้กี่คน

แต่ศัพท์ แสลง คำนี้ มันระบุ ชัดเจน ถึง คนๆนึง เป็นที่รู้กันในสังคม คนอื่นไม่เดือนร้อนแน่นอน

ต่อไปนี้ ใครด่า นีโอ ว่า “ไอ้มาร์คเอ๊ย” หรือ “โคตรมาร์คเลยหว่ะ” หรือ “นายมาร์คมากๆ” หรือ “แกมัน มาร์ค ได้ใจ เลยหว่ะ”

นีโอ จะรู้สึกไม่ดี ทันที .....

Tuesday, July 14, 2009

ยืนยัน รัฐบาล ไร้ศักยภาพ

ยืนยัน รัฐบาล ไร้ศักยภาพ

วันนี้ นีโอ ขออนุญาติกล่าวถึงความไร้ศักยภาพ ของ รัฐบาลชุดปัจจุบัน ฉบับย่อ เกี่ยวเนื่องมาจาก ความอ่อนแอของรัฐบาล ในการบริหารราชการแผ่นดิน และ ความเก่งของรัฐบาลเฉพาะเรื่องไม่ที่ไม่เป็นเรื่อง

วันนี้เราลองมาฟัง ความคิดเห็นที่ควรฟัง ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อ ที่เรามีต่อ รัฐบาล ว่า รัฐบาลไม่ได้เรื่องอย่างที่คิด จริงๆ นีโอ คัดมาเฉพาะตัวอย่างนะครับ จริงๆแล้วมีเยอะกว่านี้

เวลา ที่รัฐบาล พูด ผ่านสื่อ ก็ ดูเหมือนจะช่วยประชาชน แต่ เอาเข้าจริงก็ ไม่รู้ติดขัดอะไร

…………………………………………….




ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
กล่าวว่า

ขณะที่ความพยายามช่วยเหลือของรัฐบาล
ที่จะให้บรรษัทสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือธนาคารรัฐบางแห่ง
ช่วยปล่อยกู้ไม่เป็นผล

เพราะมีผู้ประกอบการน้อยรายเท่านั้นที่ได้รับการปล่อยสินเชื่อ
เพราะส่วนใหญ่ฐานะไม่ดี แบงก์ไม่กล้าเสี่ยง
จึงทำให้การปล่อยกู้ตามกลไกปกติแทบไม่เกิดขึ้น


…………………………………………….



ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นายสันติ วิลาสศักดานนท์
ตีแสกหน้ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อกรณีข้างต้นว่า

แม้
ส.อ.ท.จะเสนอของบช่วยเหลือเอสเอ็มอีไป 50,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการจัดสรรมาเพียง
5,000 ล้านบาท
แต่ภายใต้วงเงินดังกล่าว
ธนาคารพาณิชย์ก็ไม่สามารถปล่อยสินเชื่อให้ได้มากนักด้วยเหตุนี้
ส.อ.ท.จะเสนอให้ภาครัฐจัดสรรงบประมาณมาปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีอีก 10,000 ล้านบาท
เพื่อยืดลมหายใจให้แก่กิจการเอสเอ็มอีที่มีอยู่ประมาณ 2,000,000 ราย
และมีการจ้างงานในระบบกว่า 8,000,000 คน เพราะภายใน 3 เดือนนับจากนี้
หากไม่มีเม็ดเงินก้อนนี้เข้ามา
ทุกฝ่ายจะได้เห็นกิจการเอสเอ็มอีทยอยล้มหายตายจากไปประมาณ 10% หรือ 200,000
รายทันที และจะมีแรงงานเอสเอ็มอีต้องตกงานอีกหลายแสนคนอย่างแน่นอน!

…………………………………………..




นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรม
กล่าวว่า

ที่จริงแล้วในช่วง 4-5
เดือนที่ผ่านมานี้
ภาคเอกชนยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออะไรจากรัฐที่เป็นรูปธรรมก่อนหน้านี้
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ให้ข้อมูลว่า
เอสเอ็มอีแบงก์ได้อนุมัติเงินกู้ให้กับธุรกิจท่องเที่ยวแล้ว 275 ราย วงเงิน 586
ล้านบาท
แต่เอาเข้าจริงยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดได้รับเงินกู้

"นี่ขนาดขอกู้เงินไม่เกิน
5 ล้านบาท รัฐบาลก็ยังช่วยไม่ได้
แล้วโรงแรมขนาดใหญ่ที่ลงทุนเป็น 1,000
ล้านจะได้รับการช่วยเหลือด้านสินเชื่อได้อย่างไร"

…………………………………………..



นายอธิภูมิ กำธรวรรินทร์ ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ลำปาง เจ้าของบริษัทมีศิลป์ เซรามิก
จำกัด
กล่าวว่า

"การช่วยเหลือของรัฐบาลที่ผ่านมามีเพียงการฝึกอบรมพนักงานให้เอสเอ็มอีนั้น
ไม่ได้ช่วยให้เอสเอ็มอีดีขึ้นเลย
เพราะการจะอยู่ได้ต้องมีเงินมาซื้อกิน
ไม่ได้ใช้ความรู้ไปซื้อกินได้ ซึ่งต้องช่วยเรื่องเงินด้วย
ไม่ใช่ช่วยด้านวิชาการอย่างเดียว"
…………………………………………..




ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรมว.กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า

นักธุรกิจหลายคนกล่าวว่า รัฐบาลบริหารประเทศมากว่า 6
เดือนแล้วแก้ปัญหาผิดพลาดมาก
ทำให้ระบบเศรษฐกิจตีลังกา เนื่องจากแก้ปัญหาไม่ถูกจุด
เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ เช่น ไม่กล้าตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ
แต่เลือกที่จะเลื่อนเวลาออกไป ยกตัวอย่างกรณีปัญหาการประมูลการขายข้าว ข้าวโพด
ปล่อยให้ราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญตกต่ำลงชี้ให้เห็นว่า
ขาดวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาความยากจน


…………………………………………..




นิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน ตอบโจทย์ใหญ่รัฐบาล 'มาร์ค' ล้างสต๊อกข้าว 6
ล้านตัน

ข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลที่ประมาณการว่ามีเกือบ 6 ล้านตัน
(จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง 2551 จำนวน 1.3 ล้านตัน ข้าวเปลือกนาปี 2551/52
อีก 2.5 ล้านตัน ข้าวเปลือกนาปรัง 2552 อีก 2 ล้านตัน เป็นโจทย์ใหญ่ของนายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
จะบริหารจัดการระบายออกให้หมดไปจากสต๊อกได้อย่างไรโดยให้รัฐบาลขาดทุนน้อยที่สุด
เพราะขณะนี้ผ่านครึ่งปีมาแล้วที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ
แต่ยังไม่สามารถบริหารจัดการสต๊อกสินค้าเกษตรได้
แถมยังเป็นปมให้เกิดศึก "ขัดแย้ง"
ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง


…………………………………………..



นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวปาฐกถาหัวข้อ
"แก้วิกฤตด้วยเศรษฐกิจพอเพียง"
ที่สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนาจัดขึ้น เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม
ว่า

เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนากล่าวด้วยว่า ทางรอดของประเทศไทย
จะรอดเพราะควาย แต่ต้องระวังให้ดี จะมีซาอุดีอาระเบียมาไล่ซื้อที่นา ซื้อควาย
จึงต้องเลี้ยงดูให้ดีเพื่อให้ควายเลี้ยงดูคน แผ่นดินและอาหาร คือทางรอด
ไม่ใช่โรงงานอุตสาหกรรม เพราะไม่ใช่ฐานของไทย
ที่น่าห่วงคือเมื่อประเทศพัฒนาไปถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10
ภาคเกษตรซึ่งเคยเป็นฐานทุนของไทยเหลือ 9% จาก 40% น่าเสียดายที่หลงโลกาภิวัตน์
ฝันหวานจะเป็นนิกส์ ไม่ได้ดูฐานว่าควรเป็นอะไร
จึงขอให้ทำในสิ่งที่ถนัด
ให้สอดคล้องกับฐานทุน


…………………………………………..



นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกันระหว่างกระทรวง
ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์)
และตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยว ว่ากระทรวงจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทบทวนมติ ครม.
ในมาตรการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการปิดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง
วงเงิน 5,000 ล้านบาท ซึ่งออกมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์
แต่ผู้ประกอบการยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ

…………………………………………..

ทั้งหมดนี้ ตอกย้ำให้เห็นถึงความเชื่องช้า ของรัฐบาล ความไม่มีจุดยืนในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความไม่เข้าใจต่อสภาพปัญหาที่แท้จริง




อ้างอิง
จับชีพจรเอสเอ็มอีจ่อ "โคม่า" ปั๊มหัวใจ!ก่อนฉุดเศรษฐกิจล้มทั้งยืน
http://www.thairath.co.th/content/eco/19045

ท่องเที่ยวไทยซมพิษหวัด2009 ป่วยกระเสาะกระแสะ..ปีนี้ยากที่จะฟื้น
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01eco01130752&sectionid=0103&day=2009-07-13

2กูรูดังส่งคำเตือนถึง'อภิสิทธิ์' ตอกย้ำแก้ปัญหาชาติต้องกล้าตัดสินใจ
http://www.thannews.th.com/detialNews.php?id=T012443d&issue=2443

นิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน ตอบโจทย์ใหญ่รัฐบาล 'มาร์ค' ล้างสต๊อกข้าว 6 ล้านตัน
http://www.thannews.th.com/detialNews.php?id=T0624431&issue=2443

"ดร.สุเมธ"แนะประเทศไทยจะรอดเพราะ"ควาย"ไม่ใช่โรงงานอุตสาหกรรม เตือนระวังซาอุฯไล่ซื้อที่นา
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1247485209&grpid=00&catid=01

Monday, July 13, 2009

อภิสิทธิ์ เอาเปรียบ เสียดสี ประชาชน

อภิสิทธิ์ เอาเปรียบ เสียดสี ประชาชน

หกเดือนเศษ ที่รัฐบาลเข้ามาทำงาน บริหารราชการแผ่นดิน แบบไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน เอาแต่โทษ ใครต่อใคร และ อ้างว่าไม่ใช่ความผิดของตนนั้น ฟังไม่ขึ้น ยิ่งรัฐบาลทำงานไปก็ยิ่งกลืนน้ำลายตัวเอง ที่ถ่มออกมาถึงพื้นดินแล้ว

คนที่เป็น นายก อ้างว่าสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย รักษาสิทธิมนุษยชน เป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน แต่มีพฤติกรรมขัดกับคำพูดของตนเองอย่างสิ้นเชิง

การชุมนุมโดยสงบสันติปราศจากอาวุธ เป็นสิทธิที่ประชาชนโดยทั่วไปสามารถกระทำได้ตามรัฐธรรมนูญ การวิจารณ์การเมืองด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาทเป็น พฤติกรรมที่มีกฏหมายรองรับ การเดินทางอย่างอิสระของคนไทย บนพื้นที่สาธารณะในราชอาณาจักรไทยเป็น เรื่องที่ นายกรัฐมนตรีเอง ก็ เรียกร้องอยู่ทุกวัน อยากจะไปลงพื้นที่ภาคอีสาน อยากจะไปลงพื้นที่ภาคเหนือ เป็นต้น


สิ่งที่เกิดขึ้นในความเป็นจริง คือ รัฐบาล พยายามขัดขวาง การชุมนุมโดยสงบสันติปราศจากอาวุธ ของพี่น้องประชาชนในทุกรูปแบบ ถึงขนาดว่า ต้องบังคับใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคง เพื่อไม่ให้มีการชุมนุมกันของประชาชนที่ภูเก็ต ใช้บารมีของนักการเมืองพรรคร่วมรัฐบาล มาขัดขวางการชุมนุมของคนเสื้อแดงในตัวเมือง บุรีรัมย์ เป็นการจำกัดสิทธิ ของพี่น้องประชาชนที่มีกฏหมายยอมรับ

รัฐบาลยังใส่ร้ายป้ายสี พี่น้องประชาชนด้วย โวหาร ผ่านสื่อ ที่ตนมีอำนาจรัฐ สามารถชี้นำ เรื่อยมาตั้งแต่ เรื่อง การแต่งเรื่องเท็จใส่ร้ายประชาชน เกี่ยวกับแผนตากสิน 2 แต่งเรื่องเท็จใส่ร้ายว่า การถวายฏีกาฯ ของพี่น้องประชาชนเป็นการจาบจ้วง แต่งเรื่องเท็จใส่ร้ายว่าพี่น้องประชาชนคอยขัดขวางไม่ให้รัฐบาลทำงาน

ล่าสุดยังมีหน้า มาเสียดสีพี่น้องประชาชนว่า “กลัวรัฐบาลจะลงพื้นที่ไปชี้แจง” เหมือนกับว่า ตัวเองเป็นพระเอกหนุ่มรูปหล่อ ทำอะไรไม่เคยผิด คนอื่นผิดหมดทุกอย่าง

ประชาชนเค้าเรียกร้อง คำชี้แจงมานานแล้ว แต่ รัฐบาล โดย นายกรัฐมนตรี ไม่เคยมีท่าทีที่จะพยายามชี้แจง มาก่อน คราวนี้ ก็ ชัดเจนว่า รัฐบาลและพรรคร่วม จะลงพื้นที่ หาเสียง สร้างกระแส ในภาคอีสาน รัฐบาล ก็แค่ อ้างว่าจะลงไปชี้แจง

วันนี้ ประชาชนเค้าเรียกร้องให้ ชี้แจงมาได้เลยว่า

การกระตุ้นเศรษฐกิจ ไตรมาส 1 และ ไตรมาส 2 ผลออกมาเป็นอย่างไร รัฐบาลทำอย่างไรถึงเป็นเช่นนั้น ภาวะ การท่องเที่ยว และ การส่งออกเป็นเช่นไร รัฐบาลแก้ปัญหาถูกจุด หรือไม่

ปัญหา ชายแดนภาคใต้ รัฐบาล ทำอะไรไปบ้างแล้ว ศอ.บต. ที่บอกว่าจะตั้ง ตั้งเสร็จแล้วหรือยัง ได้เรื่องอย่างไรบ้าง

กองทุน ชุมชนพอเพียง ไทยเข็มแข็งของรัฐบาล กระตุ้นเศรษฐกิจได้กี่เปอร์เซนต์ กระจายรายได้ มากน้อยแค่ไหน

อัตราการจ้างงานเป็นอย่างไร รัฐบาลสร้างงานไปแล้วกี่ตำแหน่ง ช่วยประชาชนให้มีรายได้ กี่คน

ปัญหาไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009 มีความชัดเจนอย่างไร จะแก้ปัญหาอย่างไร

ทำโพลสำรวจ ความพึงพอใจของพี่น้องประชาชน ที่มีต่อ โครงการเรียนฟรีแล้วหรือยัง


ชี้แจงมาได้เลย ไม่ต้องเปลืองงบ ค่าเครื่องบินส่วนตัว ค่าเบี้ยเลี้ยง บอร์ดี้การ์ด 5,000 นาย ค่าป้าย คัทเอ้าท์ ค่าใช้จ่ายจิปาถะ เรียกร้องมานานแล้วทำไม ไม่ชี้แจง

แล้วเวลาลงไปชี้แจง ไป เก้าโมงเช้ากลับสี่โมงเย็น มันใช้เวลาชี้แจง พอหรือ

อย่ามาตีสำนวนโวหาร ทำเหมือนประชาชนเป็นคนโง่ ใครๆเค้าก็รู้ทั้งนั้นว่าลงไปหาเสียง ประชาสัมพันธ์ ถ้าจะลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์จริง ประชาชนเค้าก็ไม่ได้ห้าม อยากลงไปชี้แจงอะไร ก็ ลงไป ใครเค้าจะมีสิทธิ์ไปขัดขวางท่านนายก พี่น้องประชาชนบางคนเกิดมาไม่เคยเห็น นายกรัฐมนตรี ตัวเป็นๆ ก็ ไปโชว์ตัวได้ ไม่มีใครเค้าขัดขวาง

มีก็แต่ รัฐบาลเองนั่นแหละที่ขัดขวางประชาชน ดูหมิ่นดูแคลนประชาชน

คนเสื้อแดงเค้าจะไปฟังคำชี้แจงจากปากนายก เหมือนพี่น้องประชาชนคนอื่น คนเสื้อแดงเค้าจะไปแสดงจุดยืนให้นายกเห็นว่า เค้าห่วงใยบ้านเมืองเหมือนที่ นายกอ้างว่าตัวเองเป็นห่วง คนเสื้อแดงเค้าจะไปแสดงสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ

ทำไม นายก จะต้องมาคอยขัดขวาง คอยพูดจาเสียดสี พี่น้องประชาชนด้วย

ทำไม นายก ลงพื้นที่ได้ แต่ ห้ามไม่ให้ประชาชน ไปลงพื้นที่ อย่างเท่าเทียมกัน

Sunday, July 12, 2009

มาร์ค จับมือ เนวิน สร้างภาพเหลวไหล จน ล้มเหลว

มาร์ค จับมือ เนวิน สร้างภาพเหลวไหล จน ล้มเหลว

เมื่อวานนี้ หรือ เมื่อวันเสาร์ ที่ 11 กรกฏาคม ที่ผ่านมาเราคงจะได้ข่าว กันแล้วว่า พี่มาร์คลงไปเยี่ยมเยียนประชาชนเมืองบุรีรัมย์ โดยมี เนวิน ชิดชอบ ผู้มีบารมีทางการเมืองในจังหวัดบุรีรัมย์ คอยเป็นผู้คุ้มครอง มีการเกณฑ์คน ทั้งตำรวจ ทหาร หัวคะแนนพรรคภูมิใจไทย กว่า 4,000 คน มาคอยคุ้มครองพี่มาร์ค ด้วยอาการหวาดกลัวคนเสื้อแดงอย่างจับใจ อีกทั้งยังมีการใช้ เฮลิคอปเตอร์ คอยดูแลสถานการณ์ทางอากาศ อีกด้วย



จุดประสงค์การลงพื้นที่ จังหวัดบุรีรัมย์ครั้งนี้ เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า เป็นการสร้างภาพ เพิ่มกระแสของ นายก มาร์ค และพรรคประชาธิปัตย์ในภาคอีสาน และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ พรรคภูมิใจไทย นำโดย นายเนวิน สำหรับการแก้ตัวที่แพ้การเลือกตั้งที่สกลนคร ประชาชนลองสำรวจดูแล้วว่าเป็นการสร้างภาพ ที่มีต้นทุนสูงมาก สำหรับการไปเปิดงานต่างๆ ของนายกรัฐมนตรี ที่ จังหวัดบุรีรัมย์ครั้งนี้

การลงพื้นที่ของ นายกรัฐมนตรี ครั้งนี้ ถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในทุกๆด้าน

หากเราสังเกตุตามสื่อกระแสหลัก เราจะพบว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ทำให้พื้นที่สื่อเต็มไปด้วยข่าวสาร ในการคุ้มครองนายกรัฐมนตรี จากการต่อต้านของพี่น้องประชาชน ไม่มีสื่อใด หรือ น้อยมากที่จะนำเสนอ ประโยชน์ที่พี่น้องชาวบุรีรัมย์ได้รับ จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ไม่มีการชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลจะได้ทำอะไร เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน นอกจากการนำ โครงการถนนปลอดฝุ่น มาตีปี๊ปกันอีกรอบ ทั้งๆที่ตกลงกันไปนานแล้ว ว่า รัฐบาลจะทำโครงการนี้

หากเราสังเกตุว่า ข้ออ้างของพรรคภูมิใจไทยที่ว่า พื้นที่ บุรีรัมย์ เป็นพื้นที่ฐานการเมืองเบ็ดเสร็จของตระกูลชิดชอบ ก็ไม่เบ็ดเสร็จจริง เพราะพี่น้องคนเสื้อแดง ยังสามารถที่จะรวมตัวกันได้ในพื้นที่ อ. นางรอง ซึ่งห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ ไม่ถึง 30 นาที

หากเราสังเกต กระแสตอบรับ จากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เราก็จะเห็นว่า กระแสตอบรับ ที่มีต่อรัฐบาลไม่ได้กระเตื้องขึ้นจากสมัยก่อนสักเท่าไร ทั้งยังมีเรื่องของการเกณฑ์คน หมู่บ้าน ละ 25 ถึง 50 คนมาคอยต้อนรับ นายก นั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้มาด้วยความสมัครใจ แต่ผู้ใหญ่ในพื้นที่ขอร้อง

ดังนั้น โครงการ เปิดประตูอีสาน ประสานใจไทยเข็มแข็ง จึงกลายเป็น เรียลลิตี้โชว์ ปิดประตูอีสาน นายก พา 4,000 คนเที่ยวบุรีรัมย์ ไปได้อย่างเหลือเชื่อ

การสร้างภาพ หวังเรียกคะแนนสนับสนุนให้รัฐบาลในภาคอีสาน จึงโดน กระแสเบื่อรัฐบาลแย่งซีน ไปได้อย่างรวดเร็ว

ไม่ว่าจะเป็นการ อุ้ม รัฐมนตรีต่างประเทศที่ไปสนับสนุนการยึดสนามบิน ไม่ว่าจะเป็นอาการไร้ศักยภาพ ของรัฐบาลในการจำกัดวง ควบคุมโรคหวัด 2009 ไม่ให้กระจายออกในวงกว้าง

วันนี้จะมาแก้ตัวว่าไม่ได้ไปสร้างภาพ แต่ไปทำงาน ก็ ฟังไม่ขึ้นเสียแล้ว เพราะ ป้ายคัทเอาท์ จำนวนมากมันฟ้อง มันมีบรรยากาศการหาเสียงเรียกคะแนน จำนวนตำรวจทหาร 4,000 นาย มันฟ้อง และ ประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับ มันฟ้อง ระยะเวลาที่ลงพื้นที่ก็ฟ้อง ไปกลับแบบนี้ เหมือนไม่จริงใจ มันไม่มีอะไรมาอ้างได้เลยว่า ลงพื้นที่เพื่อพี่น้องประชาชน

สร้างภาพล้มเหลว ด้วยกิจกรรมเหลวไหล

Friday, July 10, 2009

รัฐบาล ออกหมายเรียก พันธมิตร ฟ้องกลับ – หรือจะเป็นการ เกี๊ยเซี๊ยะ ระดับโลก

รัฐบาล ออกหมายเรียก พันธมิตร ฟ้องกลับ หรือจะเป็นการ เกี๊ยเซี๊ยะ ระดับโลก

ใกล้ถึงกำหนดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนที่ภูเก็ตเข้าไปทุกที ความชอบธรรมของรัฐบาลไทยในสายตาชาวโลกที่ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้ว กำลังจะย่ำแย่ลงไปอีก เนื่องมาจากความไร้ศักยภาพของรัฐบาลในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ในสังคมไทย จนต้องตัดสินใจใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคง เพื่อดึงกำลังทหารออกมาปิดเมืองภูเก็ต ให้ขายหน้าเค้าไปทั่วโลก โดยอ้างว่า กลัวคนเสื้อแดงจะเดินทางไปป่วนการประชุมเหมือนคราวที่แล้วที่พัทยา

อีกทั้งชาวต่างชาติยังมอง รัฐบาลไทยแบบเหยียดๆว่า ทำไมต้องเอา คนถูกหมายเรียกคดีก่อการร้าย ยึดสนามบินมาเป็นตัวแทนในที่ประชุมอีก คราวนี้ นีโอ เดาไว้ล่วงหน้าเลยว่าถึงเวลาประชุมคณะรัฐมนตรีอาเซียน ผู้นำ หรือ นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ต้องไปต้อนรับ รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิกอื่นๆด้วยตนเอง นีโอ เห็นภาพล่วงหน้าเลยว่า พี่ มาร์คต้อง ไปเช็คแฮนด์ ผงกหัว งกงก ต้อนรับระดับรัฐมนตรีของประเทศอื่น

กลับมาที่กรุงเทพฯ ครับ เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นคือ ตำรวจ ภายใต้การดูแลของเทพเทือก ออกหมายเรียก พันธมิตรในคดี ที่มีโทษประหารชีวิต ในขณะที่พันธมิตรลงมติจะฟ้องกลับ นายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยที่ 1 แน่นอน

นีโอ สงสัยว่า มันเป็นการสร้างภาพ ลดแรงกดดันจากสังคม ชั่วคราว นีโอ เชื่อว่าในที่สุด พันธมิตรจะไม่ฟ้องกลับนายกรัฐมนตรี หรือฟ้องกลับจริงแต่ศาลไม่รับฟ้อง และ พันธมิตรก็จะรอดพ้นจากคดีไปด้วยโทษปรับ แบบ ขนหน้าแข้งไม่ล่วง เดาไว้ได้เลยว่า แกนนำ 5 คนของพันธมิตรและ นาย กษิต ไม่มีใครติดคุก

ประเด็นที่ทำให้ สงสัย เกิดมาจากความพยายามของ รัฐบาลที่พยายามจะสลัดภาพ ความสัมพันธ์และ ความเชื่อมโยงกันระหว่าง ประชาธิปัตย์ และ พันธมิตรให้หลุด เพื่อที่จะสร้างภาพให้สังคมได้เห็นว่า ทั้งสองกลุ่มไม่มีความเกี่ยวข้องกัน

ประเด็นที่ทำให้สงสัย อีกประเด็นคือ รัฐบาลไม่มีความพยายามเรียกร้องให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศลาออก เรื่อง ปลดออก ไม่ต้องพูดถึง หนำซ้ำยังแสดงอาการ โอบอุ้ม ให้เห็นชัดเจน จนต้องยอมขัดกระแสสังคม เหมือนกับรัฐบาลจะรู้เป็นใน อยู่แล้วว่า คดีที่มีโทษประหารชีวิตนี้ ไม่หนักหนา และเชื่อว่าจะช่วยได้

ประเด็นที่ทำให้สงสัย ประเด็นที่สามคือ รัฐบาลมีความพยายาม แก้ตัวจาก ข้อกล่าวหาของคนเสื้อแดงมาโดยตลอด มันจะมีวิธีการใด ที่ดีไปกว่าการ เสแสร้ง ว่าจะดำเนินคดี แล้วไปแก้ไขเอาในขั้นตอน ของ อัยการ หรือ ชั้นศาล เท่านี้ รัฐบาล ก็ จะสร้างภาพได้ว่า ไม่ได้ ปฏิบัติสองมาตรฐาน

เรื่องทั้งหมดนี้ มันมีกลิ่นไอ ของ ตุลาการภิวัฒน์ มีกลิ่นเหลืองๆของพันธมิตร และ มีกลิ่นสาป แมง อยู่ในทุกอณูของการตอบโต้กัน ผ่านสื่อ

นีโอ ขอเรียกร้องให้ พี่น้องประชาชน คนเสื้อแดง และ ปีกการเมืองของคนเสื้อแดง อย่างพรรคเพื่อไทย และ สื่อกระบอกเสียงของคนเสื้อแดงช่วยกันจับตา ความเคลื่อนไหวนี้ให้ดี

มันมีความเป็นไปได้ ที่คนอย่าง รัฐบาล ลิ่วล้ออำมาตย์ ที่สามารถเขียนแผน ตากสิน ได้ วางแผน ยุบพรรคการเมืองได้ ล้อมปราบใส่ร้ายประชาชนได้ ทำไม เรื่องการแก้ตัวเนียนๆ ผ่าน ตุลาการภิวัฒน์ ง่ายๆแค่นี้ จะทำไม่ได้

ถึงแม้ว่า ความจริงอาจจะไม่เป็นไปตามที่ นีโอ สงสัย มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายอะไร ที่ประชาชน และ นักการเมืองฝ่ายค้าน จะช่วยกันจับตา ความประพฤติของรัฐบาล ไม่ให้ ทำลาย ความเป็น นิติรัฐ ความยุติธรรม ของประเทศชาติ ไปมากกว่านี้



แบบนี้ เค้าเรียก ซูเอีย เกี๊ยเซี๊ยะ ฮั้ว ใต้โต๊ะ แอบตกลงกันลับๆ