Friday, July 10, 2009

เบื่อรัฐบาล อยากให้ ยุบสภาฯ

เบื่อรัฐบาล อยากให้ ยุบสภาฯ

รัฐบาล เก่งสามอย่าง คือ กู้หนี้ ขึ้นภาษี บี้ทักษิณ เป็นเรื่องจริง ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ รัฐบาลจะแก้ตัวว่าอย่างไร ก็ฟังไม่ขึ้นเพราะพฤติกรรมมันฟ้อง

หลังจากที่เข้ามาเป็นรัฐบาล ก็ แจกเงิน ขึ้นภาษี หาเรื่องทะเลาะกับชาวบ้านให้ ประชาชนสงบปากสงบคำแต่ไม่มีผลงานให้คนดู เกือบเจ็ดเดือนแล้ว เศรษฐกิจยังซบเซาต่อเนื่อง การสร้างหนี้มีให้เห็นเป็น ล๊อต ใหญ่ๆ มาตรการช่วย สินค้าเกษตรยังไม่ชัดเจน มาตรการช่วยการส่งออกไม่ชัดเจน มาตรการช่วยการท่องเที่ยวไม่ชัดเจน ภาคใต้ก็ยังไม่สงบ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ก็ มีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน การเลิกจ้างงานก็ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตัวเลขทางเศรษฐกิจ ยังไม่มีสัญญาณว่าจะดีขึ้นในเร็ววัน

ทั้งหมดทั้งปวงแสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อม ความไม่มีศักยภาพของรัฐบาล ที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ


ล่าสุดก็ยังคง สร้างความขัดแย้ง ในสังคมอย่างต่อเนื่อง ที่เห็นชัดเจนคือร่วมมือ กับลิ่วล้อ คมช. ออกมาใส่ร้ายประชาชนคนเสื้อแดงว่ามี แผนตากสินสอง ออกมากลืนน้ำลายตัวเองโอบอุ้ม รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศที่ไร้ซึ่งสัจจะ ออกมากลืนน้ำลายตัวเองเรื่องจะทวงคืนปราสาทเขาพระวิหาร ออกมาให้ร้ายประชาชนว่าจาบจ้วงพระมหากษัตริย์ ออกมาเอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่น ตามความถนัดนักสร้างภาพมืออาชีพ

ประชาชนเรียกร้องให้ยุบสภาฯ ก็ ออกมาอ้างว่า สถานการณ์ยังไม่ดีขอแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อนแล้วค่อยยุบสภาฯ พอประชาชนบอกว่า รัฐบาลไม่มีฝีมือ แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่เป็น แล้วจะต้องรอไปอีกกี่ปีกว่าเศรษฐกิจมันจะฟื้นตัวตามธรรมชาติ การขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ก็ ขัดกับหลักการกระตุ้นเศรษฐกิจ ข้ออ้างนี้ ประชาชนบอกว่าฟังไม่ขึ้น ให้คนมีฝีมือเค้าไปทำงานดีกว่า อย่าปล่อยให้รัฐบาลทำความเสียหายไปมากกว่านี้

ประชาชนเรียกร้องให้ยุบสภาฯ ก็ ออกมาอ้างว่า สถานการณ์การเมืองยังคงแตกแยก นักการเมืองไม่สามารถเดินทางไปหาเสียงตามพื้นที่ได้อย่างอิสระ การยุบสภาฯในตอนนี้เป็นการไม่ส่งเสริมประชาธิปไตย ประชาชนเขาก็เถียงว่า ประชาชนเค้ามีวิจารณญาน ถ้าหาเสียงเลือกตั้ง ประชาชนเค้ามีอารยะ พอที่จะไม่ไปขัดขวางการหาเสียงของพวกคุณหรอก เค้าจะไม่ทำเหมือนรัฐบาลที่เคยให้ท้ายพันธมิตรไป ยึดทำเนียบ ปิดสนามบิน อย่างที่เป็นคดีกันอยู่ ถ้าเป็นเวลาเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ไปได้ทุกพื้นที่อยู่แล้ว ประชาชนบอกว่าข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ประชาชนส่วนหนึ่งเค้าร่วมใจกันจะ ถวายฏีกาฯ ก็ไปกล่าวหาเค้าว่าจาบจ้วง ไม่ควรทำ แถมยังด่ากลับมาอีกว่าทำไมไม่ใช้แนวทางตามรัฐสภาฯ เสนอ พระราชบัญญัติปรองดอง ประชาชนบอกว่า ได้ยื่นเรื่องผ่านสภาฯหลายครั้งแล้วแต่มันไม่คืบหน้า คราวที่แล้ว กว่าเจ็ดหมื่นคน เสนอแก้กฏหมายรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลก็ไม่เอาเข้าสภาฯ พอฝ่ายค้านเสนอ กฏหมายปรองดองรัฐบาลก็ สกัดกั้น คราวนี้ ประชาชนส่วนหนึ่งเค้าอยากช่วยคนที่เค้ารัก รัฐบาลก็มาขัดขวางทุกรูปแบบ คำแนะนำนี้จากรัฐบาล ก็ ฟังไม่ขึ้น

ประชาชนบ่นว่า รัฐบาล จะกู้อะไร กันนัก กันหนา จะขึ้นภาษีอะไรกันมากมาย ทำไมไม่หารายได้ทางอื่นบ้าง ทำไมไม่ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น รัฐบาลก็ออกมาแก้ตัวว่า รัฐบาลไหนมาก็ต้องกู้ทั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร ประชาชนบอกว่าไม่จริง เพราะก่อนที่ลูกพี่ ของรัฐบาลชุดนี้จะทำรัฐประหาร ประเทศไทยกำลังจะเป็นประเทศเจ้าหนี้อยู่แล้ว เรากำลังจะเป็นผู้ให้กู้ ที่เราต้องกู้มากขนาดนี้ ก็ เพราะ รัฐบาลชุดนี้ ไปให้ท้าย อันธพาล ยึดสนามบิน สร้างความเสียหาย 2.9 แสนล้าน ปฏิเสธไม่ได้ ทั้งตามหลักวิชาการ และหลักฐานการประเมินด้านเศรษฐกิจ อีกทั้งความไร้ประสบการณ์ของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้ค่าเงินบาทเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาในการท่องเที่ยวและส่งออก และ ความไม่พยายามในการหารายได้เพิ่มขึ้นของรัฐบาล เป็นปัจจัยสำคัญ และ พฤติกรรมการ รอคอย ความหวังเพียงเพื่อให้เศรษฐกิจโต และเก็บภาษีให้ได้มากขึ้น เป็นเพียงความหวังเดียวที่รัฐบาลนี้ทำอยู่

ประชาชนเริ่มเห็นว่า รัฐบาลเป็นกลุ่มคนที่ไม่มีสัจจะ ไม่มีความยุติธรรม และไม่มีวิศัยทัศน์ เพราะ ไปปกป้องรัฐมนตรีต่างประเทศที่เคยสัญญากับประชาชนว่าจะลาออกถ้า ถูกหมายเรียก รัฐบาลไปปกป้องเจ้ามือหวยใต้ดินโดยการยืด เวลาการจำหน่ายหวยออนไลน์ ยืดเวลาการจ้างงาน รัฐบาลไม่กล้าที่จะส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยการคืนอำนาจให้แก่ประชาชน และหวงแหน อำนาจของตนไว้กลัวว่าจะหลุดมือ

เจ็ดเดือนแล้วที่ยอมให้ ประเทศชาติเป็นตัวตลกด้วยการให้ ผู้สนับสนุนการก่อการร้ายเป็นรัฐมนตรี

เจ็ดเดือนแล้วที่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้านการเมือง

เจ็ดเดือนแล้วที่การเลิกจ้างงานยังคงมีอย่างต่อเนื่อง

เจ็ดเดือนแล้วที่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ทุเลาลง

เจ็ดเดือนแล้วที่ปัญหาภาคใต้ยังไม่ทุเลา

เจ็ดเดือนแล้วที่ยังยอมทนใช้รัฐธรรมนูญ คมช.

เจ็ดเดือนแล้วที่ ประชาชนยังต้องทนกับคุณต่อไป

เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเหตุผลว่าทำไม ประชาชนจึงเริ่มเบื่อรัฐบาล ที่มี ลูกพี่เป็นอำมาตย์ มีอันธพาลเป็นกันชน และ มีกระบอกเสียงปากเสียๆ อยู่มากมาย

รัฐบาลควรพิจารณาตัวเอง เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ประชาชนต้องการแล้ว ยุบสภาฯ คืนอำนาจให้แก่ประชาชน ซึ่งมันจะเป็นทางออกเดียวที่ รัฐบาลยังพอจะทำได้ โดยไม่ให้บ้านเมืองเสียหายไปมากกว่านี้

The Red Ally ครบรอบ 1 เดือน

The Red Ally ครบรอบ 1 เดือน

วันนี้ ขออนุญาติ ย้ำจุดยืนของเวป แนวร่วมคนเสื้อแดง (The Red Ally) นะครับ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจาก แนวความคิด และการพัฒนาแนวร่วมในเชิงโต้แย้ง และชี้แจงเหตุผล เพื่อให้มีการพัฒนาแนวความคิดเกี่ยวกับประชาธิปไตย และที่เราต้องการ ต่อต้านการรัฐประหาร จากนั้น สถานการณ์เปลี่ยนแปลง เราก็มีจุดยืนที่อยู่ตรงกันข้ามกับ พันธมิตรในเกือบจะทุกเรื่อง และเริ่มพัฒนามาเป็นการต่อต้าน อำมาตย์ อภิสิทธิ์ชน และ การบังคับใช้กฏหมายแบบสองมาตรฐาน จนถึง ไร้มาตรฐาน อีกทั้งเรายังต้องการ ช่วยส่งเสริมให้มีการพัฒนาการมีส่วนร่วมทางด้านการเมืองของภาคประชาชน จนในที่สุดเรา จัดตั้ง เวปบล๊อค เดอะเรดออลลี่ ขึ้นมาเพื่อเป็นอีกทางเลือกของผู้ที่ต้องการสนับสนุนคนเสื้อแดง ในแนวทางและวิธีการที่ส่งเสริม คนเสื้อแดง

วันที่ 10 ของเดือนที่แล้ว (มิถุนายน) บล๊อคนี้ เริ่มตรวจสอบ รัฐบาลชุดปัจจุบันพร้อมกับส่งเสริม คนเสื้อแดง จนได้รับการตอบรับมาพอสมควร เรามี ผู้เยี่ยมชม 5,400 กว่าครั้ง (Visitors) และมาอ่านกัน 11,800 กว่าหน้า (Page View) ในเวลา 30 วัน วันนี้ เวปบล๊อคของเราอายุครบ 1 เดือนพอดี


ซึ่ง นีโอ ตั้งใจจะเขียน วันละ 1 เรื่องไปจนกว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่สภาวะ ปกติ จนกว่าสังคมจะพอใจ ว่า ประเทศชาติและสังคม ได้กลับมายืนอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง ภายใต้ความเสมอภาค ภายใต้ ความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป

นีโอ ขอขอบพระคุณ พี่น้องทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม และ ที่ส่งไอเดีย สำหรับงานเขียนมาให้

จุดยืนของเรายังเหมือนเดิม

รัฐธรรมนูญ ต้องได้รับการแก้ไข
รัฐบาลต้องยุบ สภาฯ คืนอำนาจแก่ประชาชน
อำมาตย์ จะต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
ผู้ที่ไม่ได้รับ ความยุติธรรม จะต้องได้รับการเยียวยา
ประเทศจะต้องเป็นประชาธิปไตย ที่ ปราศจากการแทรกแทรง จากกลุ่มคน หรือ องค์กร ที่ไม่สมควร

Thursday, July 9, 2009

เนวิน ต้องพร้อม

เนวิน ต้องพร้อม

เรื่องขำๆที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการเยือน กรุงบุรีรัมย์ ของพี่มาร์คในครั้งนี้ นีโอ จำเป็นจะต้องเล่าให้ฟัง เพื่อแบ่งปันความฮา ให้พี่น้องได้คลายเครียดกัน ผมเดินทางไป บุรีรัมย์ เมื่อ เช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ถนนโล่งมาก ขับรถสบายๆ ทราบมาว่า พี่น้องเดินทางไปอีสานกันตั้งแต่ วันเสาร์ และ วันอาทิตย์ ที่ผ่านมา วันจันทร์จึงเป็นอะไร ที่ สบายๆ พอเริ่มเข้าเขต บุรีรัมย์ ก็ เริ่มเห็นป้ายพรรคภูมิใจไทย ใหญ่ๆ หลายป้าย และ ที่สะดุดตาที่มีขนาดใหญ่พอๆกัน คือ ป้ายแสดง ความยินดีต้อนรับนายก อภิสิทธิ์ และ ป้ายโฆษณาที่มีขนาดเล็กกว่าป้ายพรรคภูมิใจไทยประมาณ 6 เท่า ถ้าป้ายของนายก ใหญ่เท่ากับป้ายพรรคภูมิใจไทย ชาวบ้านอาจจะบ่นได้ว่าใช้งบเปลือง

ป้ายโฆษณา ขนาดยาวประมาณสามเมตร กว่าๆ สูงประมาณ เมตรกว่าๆ มีหน้าพี่มาร์ค อยู่บนป้ายสามารถสังเกตุเห็นได้ เป็นระยะ ตลอดทาง

และ ก็ เป็นโอกาศดี ที่ เนฟีโน่ หรือ คุณ เนวิน จะได้มีโอกาศแก้ตัวหลังจากแพ้เลือกตั้งซ่อมที่ สกลนคร เนฟีโน่ จะต้องอาสา เป็นบอดี้การ์ด พี่มาร์ค เพื่อเรียกคะแนนกลับคืนมา เป็นการตั้งหลักไปในตัว นอกจากที่คุณ เนวิน จะโดนล้อเลียนต่างๆนาๆ เช่น ใครเอ่ย ห๊อย ห้อย ชื่อพม่า หน้าลาว เว่าเขมร เขมร แล้ว ช่วงหลังๆมาคุณ เนวินยังไปเอาดีทางด้าน การจัดเรียลลิตี้โชว์ ครั้งหลังไปเป่านกหวีดเรียกรัฐมนตรี สร้างความฮือฮาได้พักนึง

การอาสาเป็น รปภ. ให้พี่มาร์ค ของ เนฟีโน่นั้น นอกจากจะทำให้ คนในพรรคประชาธิปัตย์ แตกคอกันเองแล้ว ตอนที่คุณ สุทัศน์ เงินหมื่น ขู่จะลาออก เนฟีโน่ ยังจะได้รักษาอำนาจในการต่อรอง กับพรรคประชาธิปัตย์อีกด้วย คือ จะ พิสูจน์ให้เห็นว่า ตนเองพานายกรัฐมนตรี ไปได้ ทุกจังหวัดในภาคอีสาน และสุดท้าย พี่มาร์ค ก็ หลงมนต์ คาถา ของ เนฟีโน่ หลวมตัวหักหน้า ขุนศึกอีสานของประชาธิปัตย์ ไปเยี่ยม บุรีรัมย์เป็นที่แรก

หากเราจะตรวจสอบว่า นายก จะไปไหนบ้างนั้นคงไม่ยากเพราะมีการเตรียมการล่วงหน้า มีป้ายยินดีต้อนรับติดรออยู่แล้ว พอ พี่มาร์ค มาถึง ป้ายก็เริ่มเก่าพอดี


พอ นีโอ เริ่มคุยกับชาวบ้าน บรรดา พ่อใหญ่ แม่ใหญ่ ก็รู้สึกตื่นเต้นที่นายก จะมาเยี่ยม นีโอ ก็ ถาม แม่ใหญ่ คนหนึ่งในหมู่บ้านที่นายกจะมาตัดริบบิ้น เปิดถนนว่า รู้สึกอย่างไร อยากเจอนายกมั๊ยเป็นต้น

นีโอ: แม่ใหญ่ เห็นว่า นายกฯ จะมาที่หมู่บ้านหรือ
แม่ใหญ่: ใช่ ผู้ใหญ่บ้านบอกว่า นายก จะมาทำพิธี เปิดถนน
นีโอ: ถนนใหม่ หรือครับยาย
แม่ใหญ่: เออ ถนนใหม่ แต่ ชาวบ้านเค้าใช้งานกันมาระยะนึงแล้ว
นีโอ: แล้ววันที่ นายกฯ มา ยายจะไปต้อนรับ กับเค้ามั๊ย
แม่ใหญ่: ไปแน่นอน ยายอยากเจอ นายกฯ สักครั้งในชีวีต ยายจะไปต้อนรับ นายก ทักษิณ แต่เช้าเลย

(ฮา)

นีโอ: เฮ้ย ยาย ยาย นายก คนนี้ เค้าชื่อ อภิสิทธิ์ นะ
แม่ใหญ่: เออ เออ นั่นแหละ ชื่อมันคล้ายๆกัน พิสิด นั่นแหละ นายก พิสิด

นีโอไปคุยกับ ลุงแก่ ชาวไร่อ้อย คนหนึ่ง นีโอเข้าไปทักทาย และคุยกันเรื่อยเปื่อยจนวกเข้ามาเรื่องนายก อีกเช่นเดิม

นีโอ: พ่อใหญ่ครับ นายก จะมาวันเสาร์หน้า จะไปต้อนรับกับเค้าหรือปล่าว
พ่อใหญ่: คงไม่ไปหรอก แก่แล้ว ให้วัยรุ่นมันไปกัน
นีโอ: นายก คนนี้ พ่อใหญ่ ชอบมั๊ย
พ่อใหญ่: เฉยๆ เราไม่ยุ่งกับการเมืองอยู่แล้ว
นีโอ: แล้ว เนวิน หล่ะ พ่อใหญ่ ชอบมั๊ย
พ่อใหญ่: ชอบสิ คนนี้เค้าเป็น ลูกน้อง ทักษิณ นะ

(ฮา)

“กษิต” ลาออกซะ

กษิต” ลาออกซะ

กระแสสังคมต่างเรียกร้องให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ลาออกจากตำแหน่ง ด้วยเหตุผลที่มีนำหนักพอสมควร เริ่มจาก พฤติกรรม และการพูดจาไปในด้านลบมากกว่าบวก ชาวบ้านเรียกว่าปากเสียแล้ว ยังมีชนักติดหลังจากการดำเนินคดี พันธมิตรยึดสนามบินนานาชาติ ก็มีชื่อรัฐมนตรี อยู่ในหมายเรียก อีกด้วย และพฤติกรรมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศที่ทำให้ประชาชนออกมาเรียกร้องให้ลาออกคือ รัฐมนตรี ได้ไปออกทีวี หนังสือพิมพ์ ท้าทายประชาชนว่าถ้าถูกดำเนินคดี จะลาออกทันที และบอกว่าตัวเองเป็นคนดีไม่ยึดติดกับเก้าอี้

ประชาชนทนไม่ไหวแล้ว เพราะปากเสียยังไม่พอ ตอนนี้ ก็ ทำงานไม่ได้ เช่นกรณีล่าสุดที่รัฐบาลต้อง ส่ง เทพเทือกไปเจรจากับ เขมร แทนที่จะส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศที่รับผิดชอบโดยตรงไปเจรจา ชาวบ้านตาดำๆก็รู้กันอยู่เต็มอกว่า รัฐบาลเขมรเค้าไม่คุยกับ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยคนนี้ อีกทั้ง ยังขัดกับกฏเหล็กเก้าข้อที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ชนเคย ประกาศเอาไว้แบบเป็นทางการเหมือนสัญญาประชาคมว่า ความรับผิดชอบของตนอยู่สูงกว่าความรับผิดชอบทางกฏหมาย คือ ไม่ต้องถึงขนาดศาลตัดสินว่าผิดกฏหมายหรอก แค่ ถูกดำเนินคดี ก็ จะหยุดปฏิบัติหน้าที่กันแล้ว




วันนี้ หมายเรียก ออกมาแล้วและต้องถูกดำเนินคดีแน่นอน แต่รัฐมนตรี ของพันธมิตร เหยียบเบรค หน้าทิ่ม ประกาศไม่ยุติบทบาท จริยธรรมเอาไว้ก่อน สัญญาอะไรไว้ให้ทำเป็นลืมซะ เหมือนไม่ได้พูด ขนาด ด้าผู้นำต่างประเทศยังไม่เป็นไร นี่แค่ สัญญาลม จะรักษาเอาไว้ทำไม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของไทย วันนี้ มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ทำงานมา เจ็ด จน จะ แปด เดือน แล้วทำเป็นแต่งานประจำ เซ็น เอกสารไปวันๆ ไม่เห็นไปต้อนรับขับสู้ พาผู้ลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศ ไม่เห็นเดินหน้าพานักท่องเที่ยวมาประเทศไทย ไม่เห็นเปิดการเจรจา สร้างสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศตลาดใหม่ๆ ส่วนงานที่ใช้ภาษีของคนไทยทั้งประเทศ ในนามของกระทรวงต่างประเทศ คือ ตามล่า ทักษิณ ตามไปตามมา สรุปว่า กลายเป็น โปรเจ็คหลัก ของกระทรวงต่างประเทศไปเสียนี่

ถ้ายังมีสำนึกผิดชอบชั่วดี ก็คงจะต้องเห็นใจประเทศชาติบ้างว่า ตัวเองไปยึดสนามบินจนประเทศชาติเสียหาย 2.9 แสนล้านบาท แล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่า ทั้งปี 2009 การยึดสนามบินนั้นจะทำให้ GDP ติดลบอย่างน้อย 3 เปอร์เซนต์ หลักฐานทางวิชาการเขาก็ครบถ้วนว่าตัวเลขต่างๆได้มายังไง วันนี้จะใช้ มุขเดิมๆว่า สนามบินปิดเอง พันธมิตรไม่ได้ยึด ก็ ฟังไม่ขึ้น เนื่องจาก มีประกาศ แบบเป็นทางการจากพันธมิตรว่า เป็นการยกระดับการชุมนุมด้วยการปิดสนามบินนานาชาติ ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักของพันธมิตร และ รัฐมนตรี อาหารดี ดนตรีไพเราะ ก็ ไปร่วมด้วย อีกทั้งยังมีหลักฐานทางกฏหมายเป็นคำสั่งศาล คุ้มครองชั่วคราว ให้ พันธมิตร ออกจากสนามบินแต่ ก็ ไม่ทำ

ตอนนี้จะมาแก้ตัวต่างๆนาๆ แล้วทำหน้าด้านไม่ยอมลาออก ส่วนนายก เองก็ ทำเป็นเรื่องเล็ก เออ ออ ไปกับรัฐมนตรี ผู้มีส่วนร่วมในการยึดสนามบิน ยังไม่ตัดสินใจปรับเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี เอาคนที่มีปัญหาออกจากตำแหน่ง

วันนี้ ประชาชนเค้าทวงถาม มาตรฐานทางจริยธรรม คือ ไปสัญญาออกทีวีเอาไว้ว่าจะลาออกแต่วันนี้ยังไม่มีท่าที

ไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรี รอ อะไรอยู่ หรือว่า มาตรฐานทางจริยธรรม และ ความเป็นลูกผู้ชายมันเป็นแค่ ลมปากสุนัข

Friday, July 3, 2009

ยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัว

ยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัว

รู้สึกว่าเริ่มราบรื่นขึ้นมา และ ความกังวล ก็ ลดลงตามมาเป็นลำดับ เมื่อแกนนำ คนเสื้อแดง จากทีมความจริงวันนี้ได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมว่า ยังไงซะ ก็จะยังชุมนุมต่อไป ถึงแม้ว่า ฏีกา ประวัติศาสตร์ 1 ล้านชื่อจะผ่านหรือ ไม่ผ่านก็ตาม จุดนี้เองที่ทำให้แนวร่วมของคนเสื้อแดงกลุ่มอื่นๆรู้สึกเบาใจและตัดความกังวลไปได้ว่า ทางแกนนำ คงจะไม่ไปแอบประนีประนอมกับ ฝ่ายอำมาตยาแน่นอน และ การที่คุณวีระ ปฏิเสธ ไม่ไปออกรายการของ พี่มาร์ค ก็ เป็นการช่วยยืนยันว่า ยังเป็นศัตรูกันอยู่นะ อย่ามาพยายามทำให้คนเสื้อแดงแตกคอกันเสียให้ยากเลย

นีโอ คุยกับพี่ๆหลายคนผ่าน ซีบ๊อกซ์ หรือ แชทรูม ตามเวปของแนวร่วมคนเสื้อแดงหลายเวป พี่ๆหลายคนยังไม่เห็นด้วยกับการถวายฏีกา แต่ก็ บอก นีโอ ว่า “ถึงแม้จะไม่เห็นด้วยแต่ก็ จะไปลงชื่อให้แน่นอน” ผมเองรู้สึกว่าความสัมพันธ์ ของคนเสื้อแดงกลายเป็น พี่น้อง ร่วมอุดมการณ์ ที่ลึกซึ้งมากขึ้น และ ยากที่จะแตกหักออกจากกันในเรื่องเล็กน้อย การคุยกัน เถียงกันด้วยเหตุผล กลายเป็นเรื่องธรรมชาติในระบอบประชาธิปไตย ในขณะที่ยังคงให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันเมื่อถึงเวลาปฏิบัติ

กลับมาถึงเรื่อง รัฐบวมที่เรากำลังขับไล่กันอยู่นะครับ นีโอ ต้องขออภัยล่วงหน้าสำหรับพี่น้องที่ไม่ค่อยชอบเรื่องตัวเลข เพราะวันนี้ นีโอ จะขอพูดเรื่องตัวเลข ที่เปิดเผยโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งไม่ค่อยเป็นข่าวเพราะ โดน ไมเคิล แจ๊คสัน ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ และ ข่าว วรนุช อาหารโปรดของพันธมิตร กลบข่าวซะเนียนไปเลย


เริ่มกันด้วย ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ซึ่งตัวเลขนี้ ต้องดูประกอบกับ อัตราการใช้กำลังผลิต (Capacity Utilization) ว่าง่ายๆ คือ ถ้าภาคอุตสาหกรรม มีผลผลิตน้อย ก็จะมีโอกาสสร้างรายได้น้อยลง และ รัฐบาลก็จะจัดเก็บภาษีได้น้อยลง และยังส่งผลไปถึงการจ้างงานด้วย เพราะไม่ต้องใช้คนจำนวนมาก ในการผลิตสินค้าต่างๆ ทางธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้แจงว่า ดัชนี หดตัวลงอีก 1.2% เทียบกับเดือน เมษายน และตัวเลข อัตราการใช้กำลังการผลิต ก็ลดลงมาด้วย ซึ่งตรงกับ นโยบายของรัฐบาล คือ รอให้ประเทศเพื่อนบ้านและประเทศคู่ค้า เศรษฐกิจดีขึ้น แล้วประเทศไทยจะดีขึ้นเอง รัฐบาลคงไม่ช่วยอะไรมั้ง

ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ยังลดลงอีกจากเดือนที่แล้ว เห็นได้ชัดว่า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ของรัฐบาล ไม่รู้ว่าจะไปออกฤทธิ์ เมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ เช็คสองพันบาท ที่รัฐบาลแจกมา เพื่อนๆของนีโอ ใช้หมดไปนานมากแล้ว ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนเองก็ยังลดลงอย่างต่อเนื่อง

ภาคการคลัง การจัดเก็บภาษีรายได้ เก็บเงินได้น้อยลงต่อเนื่อง การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้น้อยลง ส่วนภาษี ธุรกิจ เก็บได้เพิ่มขึ้น เนื่องมาจากหมดโครงการ ลดภาษี อสังหาริมทรัพย์ที่ รัฐบาลลุงหมัก เคยให้ไว้ แสดงให้เห็นว่า ประชาชนมีรายได้น้อยลง รัฐจึงเก็บภาษีได้น้อยลง ในขณะที่ เก็บภาษีสรรพสามิตได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 จากภาษีสรรพสามิต น้ำมัน เบียร์-สุรา เป็นการขูดเลือดปู จากภาษีสรรพสามิตน้ำมันได้ ทารุณมากขึ้น

ดุลเงินสด ยังคงขาดดุลต่อเนื่อง ในเดือนนี้ ขาดดุลอยู่ที่ 36,000 ล้านบาท แต่กู้มาโปะแล้ว 40,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงยังมีเงินสดเหลืออยู่ในคลัง ประมาณ 101,000 ล้านบาท

ภาคส่งออกหดตัวลงอีก ร้อยละ 26 หดแล้วหดอีก ไม่รู้จะหดไปถึงไหน โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ของกระดูกสันหลังบ้านเรา ธนาคารแห่งประเทศไทยชี้แจงว่า หดตัวทั้ง ปริมาณการส่งออกและราคาก็ตก สรุป ขายได้น้อยแถมยังขายได้ถูก พี่น้องเกษตรกรน้ำตาไหลพราก

ค่าเงินบาทแข็งตัวขึ้น ในเดือนนี้ ดีอย่างเสียอย่าง คือนำเข้าน้ำมันได้ถูกลง แต่ก็ส่งออกได้น้อยลงเช่นกัน

ยังไม่มีสัญญาณใดๆ บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นอย่างที่ รัฐบาลโม้ไว้ และเราคงจะเห็น แนวหน้าของรัฐบาลออกมาแก้ตัวล่วงหน้าอีกเช่นเคย ก่อนที่ สภาพัฒฯ จะออกประกาสตัวเลขเศรษฐกิจ ของไตรมาศ 2 สำหรับปีนี้ หรือไม่ก็คงออกมาเล่นข่าวกลบข่าว ตีโต้กับคนเสื้อแดงกลบกระแส

แต่ นีโอ ฟันธงว่ากลบข่าว ยังไงก็ไม่มิด เมื่อเงินในกระเป๋าสตางค์ของพี่น้องประชาชน มันน้อยลง ทั้งๆที่ได้เงินเดือนเท่าเดิม และ พี่น้องยังอุตสาห์ประหยัดอดออม แล้ว แต่ก็ยังมีรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย สิ่งที่รับบาลหวังจะบรรเทา อาการทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน เป็นเพียงแค่ยาแก้ปวดชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้ไข หรือ รักษาโรค อย่างแท้จริง

รัฐบาล ต้องเสนอนโยบายหารายได้ ให้เป็นกอบเป็นกำได้แล้ว


อ้างอิง

เสื้อแดงประกาศหลังถวายฎีกาขออภัยโทษ"แม้ว"ชุมนุมต่อ ประเดิมแจกแบบฟอร์มลงชื่อแสนชุด
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1246539974&grpid=00&catid=01

แถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงินเดือน พฤษภาคม 2552 – แถลงวันที่ 30 มิถุนายน 2552 โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย
http://www.bot.or.th/Thai/EconomicConditions/Thai/Documents/PressThai_300609.pdf

ตารางสถิติดัชนี โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย
http://www.bot.or.th/Thai/EconomicConditions/Thai/Documents/PressTable_TH_M_300609.pdf

Thursday, July 2, 2009

เพื่อประเทศชาติ รัฐบาลต้องออกไป

เพื่อประเทศชาติ รัฐบาลต้องออกไป

ความเห็นที่แตกต่างกันใน กลุ่มระหว่างแนวร่วมของคนเสื้อแดง แสดงให้สังคมได้เห็นว่า คนเสื้อแดงไม่ได้มี จุดศูนย์กลางอยู่ที่คนเพียงคนเดียว หรือ เพียงไม่กี่คน แต่คนเสื้อแดงนั้นเป็นอิสระจากการควบคุมใดๆ และ มีเอกสิทธิ มีสิทธิ และ เสรีภาพในการดำเนินการใดๆ ที่ไม่ผูกมัด แต่มีจุดยืนอยู่บนเป้าหมายพื้นฐานเดียวกัน ก็คือ การทวงคืนประชาธิปไตย แก้ไขรัฐธรรมนูญ และ คืนอำนาจอธิปไตยให้แก่ประชาชน ในระบอบประชาธิปไตย

ความเห็นที่แตกต่างบนพื้นฐานของเป้าหมายเดียวกันนั้น ยัง แสดงให้ประชาชน และ กลุ่มการเมืองโดยทั่วไปได้เห็นว่า คนเสื้อแดงไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวหา ของเหล่าอำมาตย์ อภิสิทธิ์ชน และ พันธมาร แต่อย่างใด ข้อกล่าวหาที่ว่า คนเสื้อแดงนั้นดำเนินการต่างๆเพื่อคน คนเดียว จึงฟังไม่ขึ้นโดยปริยาย


เมื่อเวลาเนิ่นนานออกไป สังคมกำลังถูกบีบให้ตัดสินใจโดยธรรมชาติ ว่าต้องสนับสนุนคนเสื้อแดง ตามหลักเหตุผล ที่คนเสื้อแดงต่อสู้มาตลอด และตัวเร่งปฏิกิริยา ที่ทำให้คนในสังคมเริ่มสนับสนุนคนเสื้อแดงนั้น มันเกิดขึ้นมาจาก ความไม่มีศักยภาพของรัฐบาล ความเป็นสองมาตรฐาน และ จุดยืนที่อิงแอบชิดใกล้กับระบอบอำมาตย์ ศักดินา อภิสิทธิ์ชน บนจุดยืนที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

ความที่ไม่มีศักยภาพ ของ รัฐบาลคือ การบริหารงานแบบไร้ผลงาน และการสร้างความขัดแย้งในตัวเองของนโยบายที่ใช้ และการสร้างความขัดแย้งต่อกระแสสังคม

กล่าวคือ การแจกเช็คช่วยชาติเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นกำลังซื้อภาคประชาชนแต่ขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันซึ่งเป็นการลดกำลังซื้อของประชาชน

กล่าวคือ การลงทุนอบรมประชาชนตามโครงการต้นกล้าอาชีพ เพื่อที่จะสร้างงานแต่กลับปล่อยให้มีการเลิกจ้าง ทุกเดือนในปริมาณมาก โดยที่รัฐบาลเองมีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้น้อยมาก และผลงานที่เกิดจากโครงการก็ยังไม่ชัดเจน ว่าช่วยเหลือได้กี่คน

กล่าวคือ การทำผิดวินัยการเงินการคลังด้วยการ กู้เงินจำนวนมาก ไปใช้จ่ายกับรายจ่ายประจำ และส่วนที่นำไปลงทุนก็ไม่ได้ชี้แจงให้ชัดเจนว่า จะหารายได้เพิ่มอย่างไร เพียงแต่หวังว่า ถ้าเศรษฐกิจดีขึ้น ก็จะเก็บภาษีได้มากขึ้น และก็คงจะชำระหนี้ได้เอง ส่วนแผนรองรับในกรณีที่ ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีขึ้น จะทำอย่างไร ก็ไม่มี

กล่าวคือ โครงการต่างๆไม่สามารถลบภาพ หรือ หลีกหนี ความเชื่อมโยงที่มีต่อการทุจริตคอรับชั่น จากนโยบายต่างๆที่รัฐบาลกำลังผลักดันอยู่

ความไม่มีมาตรฐาน ของรัฐบาล คือ การบังคับใช้กฏหมายแบบไม่ยุติธรรม การเล่นพรรคเล่นพวก และการแสดงออกเพื่อช่วงชิงข้อได้เปรียบทางการเมือง ดูเหมือนจะมีการปฏิบัติเป็นสองมาตรฐานทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะเป็น การบังคับใช้กฏหมายแบบ สองมาตรฐาน คดีความการยึดสนามบินใช้เวลารัฐบาลกว่า หกเดือนยังไม่มีการดำเนินคดี การเลือกบังคับใช้กฏหมายโดยอ้างว่า รัฐบาลก่อนหน้า ไม่ดำเนินคดีเอง

ไม่ว่าจะเป็น การแบ่งปันพื้นที่สื่อ โดยไม่มีพื้นที่ให้แก่ ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง การใช้พื้นที่สื่อกระแสหลักแต่เพียงฝ่ายเดียวโดยใช้อำนาจรัฐ และ เส้นสายอำมาตย์ เข้าครอบงำ

ไม่ว่าจะเป็น การช่วยเหลือประชาชนตามนโยบาย การแจกเงิน การช่วยเหลือสินค้าหมู่บ้าน กองทุนหมู่บ้าน การพักหนี้ การช่วยเหลือราคาสินค้าเกษตร การช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยวและส่งออก

จุดยืนที่อิงแอบชิดใกล้กับระบอบอำมาตย์ ศักดินา อภิสิทธิ์ชน บนจุดยืนที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ของรัฐบาล คือการหวงอำนาจบาตรใหญ่ การกล่าวหาผู้อื่น และ การขัดขวางมิให้ฝ่ายตรงข้ามแสดงความจงรักภักดี

ในเรื่องของ การจงใจกล่าวหาฝ่ายตรงข้าม ว่า จะเป็นการจาบจ้วงเบื้องสูง ทั้งๆที่ฝ่ายตนเองเคย สนับสนุน และ ทำมาก่อน เช่นการขอพระราชทาน นายก มาตรา 7 และมีการแสดงออกเหมือนว่า ฝ่ายตนเองนั้น จงรักภักดีได้แต่เพียงผู้เดียว

ในเรื่องของ การถ่วงเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย มากขึ้น ทั้งๆที่มี ข้อเรียกร้องจากประชาชนยื่นให้มานานแล้ว

ในเรื่องของ การยึดติดกับอำนาจ ไม่ยอมคืนอำนาจอธิปไตยให้แก่ปวงชนชาวไทย การขัดขวางการมีส่วนร่วมของประชาชน และ การที่ไม่ยอมสนับสนุน การพัฒนาการเมืองภาคประชาชน


ทั้งนี้สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่รัฐบาลปัจจุบัน กระทำตัวเป็นผู้เร่งปฏิกิริยา ให้ประชาชนโดยทั่วไป เข้าใจชัดเจนขึ้นมาก ว่า คนเสื้อแดงกำลังต่อสู้อยู่กับใคร ต่อสู้อยู่กับอะไร และคนเสื้อแดงต้องการ การสนับสนุนมากขึ้นแค่ไหน เมื่อต้องต่อสู้กับรัฐบาล ที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ มีจุดยืนเช่นนี้ ไร้ศักยภาพเช่นนี้

วันนี้ นีโอ ขอเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนโดยทั่วไป ให้ความร่วมมือกับคนเสื้อแดง ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์การพัฒนาการเมืองแบบมีส่วนร่วมจากประชาชน ให้พี่น้องคนไทยทุกคนร่วมมือกัน สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ของการเมืองและการปกครองของประเทศไทย แสดงให้ กลุ่มอำมาตย์ ศักดินา อภิสิทธิ์ชนล้าหลังได้รู้ว่า ถึงเวลาแล้วที่พวกเขาเหล่านั้นจะต้องยอม ให้คนไทยทุกคนได้มีสิทธิ ในการกำหนดทิศทางของประเทศชาติด้วยความเสมอภาคและเท่าเทียมกัน

ให้ประเทศไทย ได้แสดงให้สังคมโลกได้เห็นว่า เราได้กลับมายืนอยู่บนพื้นฐานที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

Wednesday, July 1, 2009

คนเสื้อแดง ช่วยคน แล้ว อำมาตย์ จะถูกกำจัดเร็วขึ้น

คนเสื้อแดง ช่วยคน แล้ว อำมาตย์ จะถูกกำจัดเร็วขึ้น

เมื่อเช้านี้ ประมาณ 7 โมงหน่อยๆ นีโอ ตื่นขึ้นมาเปิดทีวี เจอรายการทาง พีเพิลแชนแนล ที่เชิญ สามเกลอ มาออกรายการ พอดี คือ คุณ วีระ คุณ ณัฐวุฒิ และ คุณ จตุพร ทั้งสามกำลังอธิบายเรื่อง การถวายฏีกา ซึ่งเป็นเรื่องที่มีคนติดตามจำนวนมากในช่วง สาม สี่ วันที่ผ่านมา มีทั้งที่เห็นด้วย และ ไม่เห็นด้วยกับการถวายฏีกา และ นีโอ ได้นำเสนอไปแล้วในช่วงสองวันที่ผ่านมาว่า การถวายฏีกา นั้น ไม่ควรใช้ มติ ของคนเสื้อแดงทุกคน แต่ ให้ดำเนินการในทำนองที่เป็น เรื่องของปัจเจก คือ ใครใคร่จะช่วยคุณทักษิณ ก็ ไปลงชื่อ ส่วนใครไม่เห็นด้วย ก็ ไม่เป็นไร และในที่สุดก็ชัดเจนแล้วว่า คุณวีระ คุณณัฐวุฒิ และ คุณจตุพร จะดำเนินการไปในนามของ ทีม ความจริงวันนี้ เท่านั้น

นีโอดูแล้วว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง และไม่เป็นการดำเนินการที่ขัดขวาง เป้าหมายสูงสุดของคนเสื้อแดงทั้งหมด รวมไปถึง นปช. แต่อย่างใด

เรื่องตลกๆ ก็มี เมื่อวาน เช่น พี่ มาร์ค จะให้คุณวีระไปเป็นพิธีกร รายการทีวี เพื่อเพิ่มเรตติ้ง และคงกะว่า จะทำให้คนเสื้อแดงแตกคอกัน พอ คุณวีระ ไม่ไป ก็ จะไปเชิญ แป๊ะลิ้มแทน พอแป๊ะลิ้มไม่ไป พี่ มาร์ค ก็ หน้าแหก อีกรอบ นีโอ สงสัย ว่า คนกำลังตกงาน และจะเพิ่มขึ้นเป็นหลักล้าน เศรษฐกิจ ก็ยังไม่ดีขึ้น รัฐบวม จะมาห่วงอะไร กับเรตติ้ง รายการตัวเอง ไม่เข้าใจ


กลับมาที่เรื่องคนเสื้อแดง วันนี้ ตอนประมาณ 10 โมงเช้า การที่คุณ จตุพร ออกมาขีดเส้นว่าศัตรูของเรา มีตั้งแต่ ป๋าเปรม ลงมา ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจคนเสื้อแดงมากขึ้นว่า เรา ก็ จงรักภักดีต่อ ในหลวง นะ และเป็นเช่นนั้นมาตลอด วันนี้ พรุ่งนี้ คนเสื้อแดงคงจะเข้าสู่ภาวะปกติ คือ เดินหน้าสร้างฐานมวลชน ให้ใหญ่ขึ้นในทุกมิติ หาแนวร่วมให้มากขึ้น และการโต้เถียงเพื่อให้เกิดการตกผลึกทางความคิด คงจะมีตามมา ให้ประชาชนเข้าใจชัดเจนมากขึ้นทุกวัน

ก้าวเดินต่อจากนี้ นีโอ อยากให้ ทางแกนนำ ลองพิจารณา พี่น้อง เกษตรกร, สมัชชา, สหภาพแรงงาน, ข้าราชการหัวก้าวหน้า ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง คนตกงาน ที่กำลังเดือดร้อน จากการบริหารราชการแผ่นดินโดยรัฐบาลปัจจุบัน เช่นต้องมีการเรียกร้องให้จัดตั้ง กลุ่มคนเสื้อแดง ในภาคส่วนเหล่านี้ พร้อมกับ ไล่เรียงความเดือดร้อนที่พี่น้องประชาชนกำลังประสบอยู่ โดยเราอาจจะมีข้อแม้ว่า แนวร่วมใหม่ๆที่เกิดขึ้น จะต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธมิตร หรือ ตีจากพันธมิตรโดยมีการแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน เพราะ นีโอสังเกตุเห็นว่า พี่น้อง สหภาพแรงงานหลายคน ไม่ได้สนับสนุนพันธมิตร เพียงแต่แกนนำไม่กี่คนของสหภาพเหล่านั้น เป็นพันธมิตร และ สหภาพแรงงานเอกชน หลายองค์กร ก็ต้องการความช่วยเหลือเช่นเดียวกัน เราจะต้องไม่เฉพาะเจาะจง อยู่ที่รัฐวิสาหกิจ เท่านั้น

ตัวเลข คนตกงานที่กำลังจะพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 1.2 ล้านคนนั้น เราไม่ควรมองข้าม อีกทั้ง ในระยะกลางและระยะยาว สหภาพเหล่านั้นจะมี การเลือกตั้งภายใน เพื่อหาผู้นำใหม่ ซึ่งจะเป็นโอกาสดีที่ คนเสื้อแดงจะเปิดแนวร่วม ทั้งในระยะกลาง และ ในระยะยาว ซึ่งจะนำไปสู่การ ถอนรากถอนโคน ระบอบอำมาตย์ได้ในที่สุด

ปัญหาที่พี่น้องเหล่านี้เผชิญ เป็นปัญหาเรื่องปากท้อง และ ความเป็นอยู่ของปัจเจกบุคคลซึ่งรวมตัวกันเป็นสังคม และ กลุ่มมวลชนทั้งใหญ่และเล็ก การเปิดแนวร่วมกับ สหภาพแรงงาน ข้าราชการหัวก้าวหน้า สมัชชาต่างๆ คนตกงาน จะช่วยเพิ่มน้ำหนักในการขับไล่รัฐบาลอำมาตย์ และ ขับเคลื่อนการปฏิรูปการเมืองในระบอบประชาธิปไตย การนำเสนอระบบรัฐสวัสดิการ และการยกระดับเรื่องบรรทัดฐานของความเท่าเทียมกันในสังคมไทย

จากอุดมการณ์ที่เรามีอยู่ในเรื่องของ การเรียกร้องประชาธิปไตย การเรียกร้องสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาคและความเท่าเทียมกัน เราจะต้องเติมเต็ม อุดมการณ์เหล่านี้ ด้วย การเรียกร้องเพื่อ ยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การเรียกร้องในโอกาสที่จะมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรต่างๆของแผ่นดิน

ซึ่งจะมาบรรจบกันที่ บทสรุปว่าด้วย เรื่อง ระบอบ รัฐบาลอำมาตยา อภิสิทธิ์ชน และ รัฐบาลปัจจุบัน ให้เราไม่ได้ ด้วยความที่ไม่มีศักยภาพ และ ผลประโยชน์ที่อำมาตย์ต้องการรักษาไว้ให้เฉพาะพรรคพวก ของตน

วันนี้ แนวร่วมใหม่ๆ ต้องเกิด แนวคิดใหม่ๆ ต้องมา

เราต้องให้โอกาส ให้มีแนวร่วม จากทุกภาคส่วน

และจุดจบ ของ อำมาตย์ จะมาเร็วยิ่งขึ้น